"มะเร็ง" ใครได้ฟังก็หดหู่ ห่อเหี่ยว และถ้าเป็นแล้ว นอกจากร่างกายที่ต้องฟื้นฟูจิตใจยังต้องเข้มแข็งอีกหลายเท่า ที่สำคัญ เมื่อป่วยแล้วไม่ได้ป่วยเพียงคนเดียว แต่ญาติพี่น้องที่รักเราก็พลอยป่วยไปด้วย มากบ้างน้อยบ้างตามแต่จะจัดการหรือปล่อยวางกันได้ นอกจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีการจัดการอารมณ์ได้ไม่เครียด อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีแล้ว แนวทางการป้องกันที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งของโรคมะเร็งยังอยู่ที่ "การกิน" อีกด้วย
เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยรู้ดีครับว่ากินอย่างไรได้อย่างนั้น แต่หลายคนก็ยังไม่รู้หรือยังเผลอ "ตามใจปาก" กันอยู่ การกินที่ผมนำมาบอกต่อในวันนี้ อย่างแรกที่เราไม่ค่อยให้ความสำคัญก็คือน้ำสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มน้ำปะปาปนเปื้อนนั้นอันตรายอย่าบอกใคร เพราะมันอาจปนเปื้อนสารเคมีที่อาจนำไปสู่โรคมะเร็งได้
กินอย่างต่อมาน่าจะอยู่ในขอบข่ายที่กว้างสักหน่อยโดยเฉพาะอาหารที่แปรรูปจนจำหน้าตาไม่ได้ว่ามันผลิตจากอะไรมาบ้างอาหารจำพวกนี้ถือเป็นตัวแม่ในการก่อมะเร็งเพราะมันถูกแปรสภาพมาที่อาจมีทั้งสารกันบูด สารแต่งรส แต่งกลิ่น ฯลฯ อาหารปิ้ง ย่าง ทอด ผัด รวมทั้งเจือปนสารเคมี และอาหารที่ขึ้นรา (ตาอาจมองไม่เห็น) ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ที่เมื่อกินเข้าไปจะทำให้ร่างกายถูกโจมตีด้วยอนุมูลอิสระอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง
ที่บอกไปข้างต้นนั้นเป็นสิ่งที่เราควรเลี่ยงเพราะมันมีโอกาสสูงมากๆ ที่จะเป็นตัวการก่อมะเร็ง ไม่วันใดก็วันหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่มีญาติพี่น้องเป็นมะเร็งด้วยแล้วก็ยิ่งเสี่ยงเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะต้องพยายามลดอาหารปิ้ง ย่าง ทอด ไขมันสูง อาหารจังก์ฟู้ด และลดเนื้อแดง เพราะการกินเนื้อแดงมากๆ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่ทำให้สุกจนเกรียม เพราะมีสาร polycyclic aromatic hydrocarbons ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งสูง
โดยเฉพาะเมื่อป่วยแล้วจำเป็นต้องลดโปรตีนจากสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น นมเพราะจะทำให้เลือดมีสภาพเป็นกรด ให้หันมาทานถั่ว ซึ่งให้โปรตีนที่มีประโยชน์ทัดเทียมกับเนื้อสัตว์เช่นกัน พูดแบบนี้ อาจมีคุณหมอซึ่งเป็นแพทย์สมัยใหม่จำนวนไม่น้อยออกมาแย้งแน่ๆ เพราะจากประสบการณ์ตรง ได้ยินได้ฟังว่าทานได้ทุกอย่าง ทานให้ครบทุกหมู่ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง แต่ลดปริมาณเนื้อสัตว์ลงตามความเชื่อของแพทย์ทางเลือกก็น่าจะไม่ผิดกติกา
อาหารหมักดองหลายชนิดก็อาจมีสารก่อมะเร็งในกลุ่มที่เรียกว่า สารประกอบไนโตรโซ ซึ่งมีสมาชิกของสารประกอบดังกล่าวบางตัวก่อมะเร็งได้ในกระเพาะอาหาร หรือการทานอาหารที่มีความเค็มจัดและเผ็ดจัด เข้าใจว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้เช่นกัน
เอาเป็นว่ายังคงอยากแนะนำให้ผู้อ่าน หันไปใส่ใจเรื่องอาหารการกิน ตั้งแต่วัตถุดิบ ถ้าเป็นผักผลไม้ก็ต้องไม่ปนเปื้อน เนื้อสัตว์ไม่มีสารเร่ง หันมากินผักผลไม้ในแบบฉบับของคนไทยสมัยก่อนกันให้มากเพราะนอกจากจะทำให้ขับถ่ายสะดวกแล้ว ผักผลไม้เกือบทุกชนิดจะมีสารแอนติออกซิแดนซ์ ช่วยต้านโรคมะเร็ง และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ
โดยเฉพาะผลไม้มีวิตามิน ซี วิตามิน อี และเบต้าแคโรทีนสูง เช่น สตรอเบอร์รี่ ส้ม องุ่นแดง แอปเปิ้ลของไทยก็จะมีผลไม้ 10 อันดับ ที่ผ่านการวิจัยว่า มีเบต้าแคโรทีนสูง ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สุก มะเขือเทศราชินี มะละกอสุก กล้วยไข่ มะม่วงยายกล่ำ มะปรางหวาน แคนตาลูปเนื้อเหลือง มะยงชิด มะม่วงเขียวเสวยสุก และสับปะรดภูเก็ต
ผักที่สำคัญๆ ได้แก่ บล็อคโคลี่ เพราะมีสารซัลฟอราเฟน สรรพคุณยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง ซึ่งในบล็อคโคลี่อ่อนมีสารซัลฟอราเฟนมากถึง 20-50 เท่าของบล็อคโคลี่ที่โตเต็มที่ รวมทั้งผักตระกูลกะหล่ำอื่นๆ เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด
ส่วนใครที่ไม่อยากจำก็พยายามทานผักผลไม้ให้มากขึ้น ทานให้หลากหลาย แบ่งทานผักหลากสีสัน หรือผัก 5 สี โดยเฉพาะสีเขียว เหลือง และแดง หันมาทานอาหารและผักพื้นบ้านซึ่งเป็นสมุนไพรในแบบฉบับอาหารเป็นยา รวมทั้งธัญพืชนานาชนิด ทำได้แค่นี้ต้านมะเร็งได้มากแล้ว... จะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง
รู้ทันมะเร็ง
โรคมะเร็งอันตรายแต่ป้องกันได้ cancerpreventinfo ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้คนไทยปลอดภัยจากมะเร็งด้วยข้อมูลดีๆ ในการปฏิบัติตัวเพื่อให้ห่างไกลจากโรคร้าย สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง
วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557
มะเร็ง โรคร้ายที่ไม่ควรมองข้าม
มะเร็ง หรือทางการแพทย์ว่า เนื้องอกร้าย เป็นกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับการเจริญของเซลล์ที่ผิดปกติ คือ เซลล์จะแบ่งตัวและเจริญอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อเป็นเนื้องอกร้าย และรุกรานร่างกายส่วนข้างเคียง มะเร็งอาจแพร่กระจายไปยังร่างกายส่วนที่อยู่ห่างไกลได้ผ่านระบบน้ำเหลืองหรือกระแสเลือด ไม่ใช่ว่าเนื้องอกทุกชนิดจะเป็นมะเร็ง เพราะเนื้องอกไม่ร้ายไม่ลุกลามอวัยวะข้างเคียงและไม่กระจายไปทั่วร่างกาย มีมะเร็งที่ส่งผลต่อมนุษย์ที่ทราบแล้วกว่า 200 ชนิด
สาเหตุของมะเร็งนั้นมีหลากหลาย ซับซ้อนและเข้าใจเพียงบางส่วนเท่านั้น มีหลายปัจจัยที่ทราบแล้วว่าเพิ่มปัจจัยเสี่ยงมะเร็ง ได้แก่ การสูบบุหรี่ ปัจจัยด้านอาหาร การติดเชื้อบางอย่าง การสัมผัสรังสี การขาดกิจกรรมทางกาย โรคอ้วนและมลภาวะสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้ยีนเสียหายโดยตรงหรืออาจประกอบกับความบกพร่องทางพันธุกรรมที่มีอยู่เดิมในเซลล์ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ มะเร็งราว 5–10% สามารถติดตามไปยังความบกพร่องทางพันธุกรรมแต่กำเนิดโดยตรง มะเร็งหลายชนิดสามารถป้องกันได้โดยการไม่สูบบุหรี่ ทานผัก ผลไม้และธัญพืชเต็มเมล็ด (whole grain) มากขึ้น ทานเนื้อและคาร์โบไฮเดรตขัดสี (refined) น้อยลง ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย จำกัดการรับแสงอาทิตย์ และรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อบางชนิด
มะเร็งสามารถตรวจพบได้หลายวิธี รวมทั้งการมีอาการและอาการแสดงบางอย่าง การตรวจคัดกรองโรค หรือการสร้างภาพทางการแพทย์ เมื่อตรวจพบว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งแล้ว จะมีการวินิจฉัยโดยการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดยปกติ มะเร็งรักษาด้วยเคมีบำบัด รังสีบำบัดและการผ่าตัด โอกาสการรอดชีวิตของโรคมีหลากหลายมากขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของมะเร็งและขอบเขตของโรคเมื่อเริ่มต้นการรักษา มะเร็งสามารถเกิดในบุคคลทุกช่วงอายุ แต่ความเสี่ยงการกลายเป็นมะเร็งนั้นโดยปกติจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ยกเว้นมะเร็งน้อยชนิดที่พบมากกว่าในเด็ก ในปี 2550 มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของมนุษย์ 13% ทั่วโลก (7.9 ล้านคน) อัตรานี้เพิ่มสูงขึ้นเพราะมีผู้รอดชีวิตถึงวัยชรามากขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตครั้งใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา
สาเหตุของมะเร็งนั้นมีหลากหลาย ซับซ้อนและเข้าใจเพียงบางส่วนเท่านั้น มีหลายปัจจัยที่ทราบแล้วว่าเพิ่มปัจจัยเสี่ยงมะเร็ง ได้แก่ การสูบบุหรี่ ปัจจัยด้านอาหาร การติดเชื้อบางอย่าง การสัมผัสรังสี การขาดกิจกรรมทางกาย โรคอ้วนและมลภาวะสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้ยีนเสียหายโดยตรงหรืออาจประกอบกับความบกพร่องทางพันธุกรรมที่มีอยู่เดิมในเซลล์ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ มะเร็งราว 5–10% สามารถติดตามไปยังความบกพร่องทางพันธุกรรมแต่กำเนิดโดยตรง มะเร็งหลายชนิดสามารถป้องกันได้โดยการไม่สูบบุหรี่ ทานผัก ผลไม้และธัญพืชเต็มเมล็ด (whole grain) มากขึ้น ทานเนื้อและคาร์โบไฮเดรตขัดสี (refined) น้อยลง ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย จำกัดการรับแสงอาทิตย์ และรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อบางชนิด
มะเร็งสามารถตรวจพบได้หลายวิธี รวมทั้งการมีอาการและอาการแสดงบางอย่าง การตรวจคัดกรองโรค หรือการสร้างภาพทางการแพทย์ เมื่อตรวจพบว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งแล้ว จะมีการวินิจฉัยโดยการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดยปกติ มะเร็งรักษาด้วยเคมีบำบัด รังสีบำบัดและการผ่าตัด โอกาสการรอดชีวิตของโรคมีหลากหลายมากขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของมะเร็งและขอบเขตของโรคเมื่อเริ่มต้นการรักษา มะเร็งสามารถเกิดในบุคคลทุกช่วงอายุ แต่ความเสี่ยงการกลายเป็นมะเร็งนั้นโดยปกติจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ยกเว้นมะเร็งน้อยชนิดที่พบมากกว่าในเด็ก ในปี 2550 มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของมนุษย์ 13% ทั่วโลก (7.9 ล้านคน) อัตรานี้เพิ่มสูงขึ้นเพราะมีผู้รอดชีวิตถึงวัยชรามากขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตครั้งใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)